24 เมษายน 2557

วิเคราะห์ดวงชะตาแบบเลข ๗ ตัว ..มุมมองที่เหมือนกัน

วิเคราะห์ดวงชะตาแบบเลข ๗ ตัว
ท่านว่าตกภูมิพฤหัส "เกิดสวัสดิ์มีศรี" ๕ เป็นบริวารจร บุคคลและสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว จะเริ่มขยับเข้าที่เข้าทาง เป็นผลดีต่อเจ้าชะตา(ปฏิรูปเทสวาสะ) ได้รับความเกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ที่เป็นหญิง หรือกลุ่มสตรีเพศเอื้อในด้านความสำเร็จจากการงาน (๕ กัมมะ) ที่จะก่อร่างสร้างความมั่นคงให้กับเจ้าชะตา (๕ ฐานกำลังพระจันทร์) ตาม ๒ ไปเป็นปุตตะและมูละทางทักษา เรื่องการลงทุนลงแรงจะประสบความสำเร็จ และสามารถดำเนินกิจการได้อย่างดีและได้ผลกำไร(๒ ฐานมหาอุจ) ที่สำคัญคือ ๑ เป็นศรีและอัตตะ ถึงคราวพ้นเคราะห์หรือโพยภัยต่างๆ มีความคล่องตัวที่จะสรรสร้างหรือเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆอันจะนำมาซึ่งความมั่นคงของชีวิต(ทรัพย์สินและกำไรที่มุ่งแสวงหา แม้จะมีแรงกดดันอยู่บ้างไม่นานก็ห่างผ่อนคลาย(๑ ฐานกำลังพระเสาร์กาลี) เรื่องการคบค้าสมาคมทั้งหลายให้วางใจเป็นกลาง ไม่ดีไม่ร้ายเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เป็นการไม่สร้างศัตรู ระวังจะเกิดความเสียหายกับทรัพย์สินข้าวของเครื่องใช้ที่เกิดความเสื่อมถึงคราวต้องมีการเปลี่ยนแปลง
ตามประเด็นที่ว่าด้วยเรื่องคู่ครองคนรักหรือเกณฑ์การแต่งงาน ดูปัตนิมี ๔ อันเป็นศรีเดิมและมนตรีจรทางทักษา นี่คู่ครองเจ้าชะตามีทักษะในการพูดเจรจาสื่อสารและการแสดงออกเป็นอย่างดี มีอายุมากกว่า(๔ ปิตา) เป็นผู้ที่สามารถึ่งพาอาศัยและนำพาเจ้าชะตาไปในทิศทางที่ดี(๔ ฐานพระเคราะห์ราหู,ราหูเป็นมนตรีเดิมและอายุทางทักษา) ด้วย ๘ กับ ๔ นั้นมีลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งคือต้องทะเลาะกันเสียก่อนจึงจะเข้าใจกัน ส่วนทัศนะจะผิดกันหนักเบาก็ว่าไปตามเนื้อผ้า ที่ว่าจะสอดคล้องกับราศีจักรในเรื่องเกณฑ์แต่งงานหรือไม่นั้นมองดูแล้วปัตนิเป็นมนตรีจรมาให้คุณกับเจ้าชะตาในเรื่องของความช่วยเหลือเกื้อหนุนส่งเสริม(มีหยิกแกมหยอกบ้าง)ในด้านต่างๆของชีวิต ชนิดที่ว่ายกระดับมามากกว่าที่เป็น ก็น่าจะเข้าเค้าตามประเด็น ส่วนเดือนที่เห็นนั้นคือ เดือน ๑๑-๑๒ของปีนี้ และเดือน ๔ ปีหน้า(๒๕๕๘) ที่มีความเด่นชัด

ก็ว่ากันไปตามประสาฮิปโป..ชีวิตคิดสนุก ยิ้มไว้ ไม่ทุกข์ สนุกดีๆ

วิเคราะห์ดวงชะตาแบบเลข ๗ ตัว ..รักร้าง เรียนรุ่ง

วิเคราะห์ดวงชะตาแบบเลข ๗ ตัว
ทักษาจรตก ๓ ท่านว่าตกภูมิอังคาร "มักร้าวรานเคืองเข็ญ" ๓ เป็นปัตนิว่าด้วยเรื่องคู่ครอง กำลังอังคาร(8)กระทบ ๒ มรณะและเป็นกาลีจรด้วย เรื่องของความรักจึงมักเกิดความเสียหายไม่สู้ดี คู่ครองนำทุกข์โศกมาให้ หรือเป็นปัญหากับคู่ครอง,คนรัก รวมถึงหุ้นส่วนต่างๆ
อายุย่าง ๒๙ ปี ตกเรือนตนุ ๔ ถึงเรือนกัมมะ ฐาน ๑๔ กำลังจักรพรรดิ และเป็นเดชทางทักษาด้วย เรื่องการเรียนการศึกษา,การงาน จะมีความก้าวหน้าสำเร็จดังความตั้งใจที่ประสงค์ไว้
ศรีจรคือ ๗ เป็นโภคา นี่หมายถึงอสังหาริมทรัพย์ ทรัพย์ใหญ่ และเป็นพันธุก็หมายถึงความมั่นคงของชีวิตที่ว่าด้วยบ้าน ที่ดิน ทรัพย์สิน รถราพาหนะ ฐาน ๑๖ โสฬสมงคล ก็จะมีความราบรื่นในการเหล่านี้เป็นอย่างมาก
สรุปคือ
๑.ดวงความรักไม่ดี มีความทุกข์ใจเพราะคู่ครอง,คนรัก
๒.ดวงการงานการเรียนมีความเด่นชัดและจะประสบความสำเร็จ

๓.จะเข้าไปเกี่ยวข้องหรือได้รับทรัพย์ใหญ่ เช่น บ้าน ที่ดิน รถ ทรัพย์สินที่สร้างความมั่นคงให้กับชีวิต

4 เมษายน 2557

บ่นความโหราศาสตร์ ตอน รำพึงรำพัน...ทุกข์ใจไปกับเขา

บ่อยครั้งที่หลังจากพิจารณาดวงชะตาจนสำเร็จเสร็จขั้นตอนกันไปแล้ว ก็อดมานั่งคิดวิตกกังวลตามเหตุปัญหาความทุกข์ของเขา ยิ่งคิดก็ยิ่งสาวเอาเหตุผลมาพันกัน "ทุกข์กับเขา" ไปเสียอีกด้วย เป็นอยู่บ่อย
ครั้งหนึ่งคิดแบบนี้อยู่ ท่านลอยๆมาแล้วบอกว่า ที่ทุกข์อยู่นี่คิดหรือว่าจะไปจัดการแก้ไขปัญหาชีวิตให้ใครเขาได้ "กรรมใครกรรมมัน" อย่าเอากรรมไปข้องเกี่ยวกันเลย
ถามท่านว่าทำอย่างไรจึงจะไม่คิดทุกข์ไปตามเขา ท่านว่า เอาอย่างนี้นะ ให้แผ่เมตตาผลานิสงส์ให้เขา ใจเราจะได้ไม่หนัก ไม่ทุกข์กังวล ได้ประโยชน์หลายสถาน เราได้เจริญอัปปมัญญากรรมฐาน ผลานิสงส์ที่แผ่ไปย่อมมีกำลังช่วยเหลือคนที่เราวิตกกังวลถึงนั้นให้ผ่อนหนักเป็นเบากลับร้ายกลายดีได้ ให้ปฏิบัติอย่างนี้ด้วยนะ คือให้นึกถึงคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ บิดามารดา ครูบาอาจารย์ เทพยุดาเจ้าเหล่าพรหม อำนาจแห่งคุณทาน ศีล สมาธิ ที่ได้สั่งสมมา แล้วแผ่อานิสงส์ถึงคนที่มารับสงเคราะห์จากเราทั้งหลาย แผ่ด้วยอารมณ์ใจที่สุขสบายปรารถนาดีไปหาเขา อย่างนี้เกิดผลดีคือเราไม่ฟุ้งจิตเป็นสุข และอานิสงส์ที่แผ่ไปให้เขานั้นย่อมช่วยเหลือเขาได้ไม่มากก็น้อย ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี
จากนั้นมาหลังจากการพยากรณ์ดวงชะตาเสร็จกิจเฉพาะหน้าแล้ว ก็จะนั่งสมาธิทำอารมณ์จิตให้สงบเป็นสุข จากนั้นแล้วแผ่ผลานิสงส์จนอารมณ์เอมแก่ใจ จึงนำขันใส่น้ำลงไปกรวดแผ่อุทิศตามที่ท่านแนะนำไว้ทุกครั้ง จิตใจก็สบายไร้วิตกกังวลลงไป และคิดว่าผลานิสงส์ที่ว่านั้นคงส่งผลได้จริง เพราะคนเหล่านั้นไปมาหาสู่ฉันอยู่ตลอด และรำลึกถึงเมื่อมีเหตุใดๆก็มักจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
..นี่! อารมณ์ใจความปรารถนาดีต่อผู้อื่นมีผลมากขนาดนี้ ก็เป็นการสมควรที่หมอดูอย่างเราท่านทั้งหลายต้องกระทำไว้เป็นปกติ ให้อะไรเขาไม่ได้..ก็ให้ด้วยใจผลานิสงส์นี้แหละ คิดให้บ้าง อย่าไปหวังรับค่ากำนลเงินพานครูแต่เพียงอย่างเดียว ความเป็นบุคคลอันเป็นที่รักของเราปรากฏได้ก็ด้วยเหตุเหล่านี้อย่างหนึ่งด้วยเหมือนกัน
ธีรพร  เพชรกำแพง
๔ เมษายน ๒๕๕๗

29 มีนาคม 2557

วิสัชนา..ประสาฮิปโป ตอน ราศีภาคกลางวัน-กลางคืน

ปุจฉา : ขอเรียนสอบถามท่านอาจารย์ฮิปโป เกี่ยวกับราศีภาคกลางวันและกลางคืนต่างกันอย่างไรครับ?

...วิสัชนาประสาฮิปโป...

ราศีกลางวัน ..สิงห์ กันย์ ตุล พิจิก ธนู มังกร
ราศีกลางคืน ..กรกฎ มิถุน พฤษภ เมษ มีน กุมภ์
การแบ่งราศีเป็นภาคกลางวันกลางคืนนี้ เป็นการจำแนกแยกราศีให้มีคุณสมบัติเกี่ยวข้องกับดาว เป็นการตัดข้อสงสัยในเรื่องของดาวเคราะห์ที่เป็นเกษตรสองเรือน คือ พุธ ศุกร์ อังคาร พฤหัส และเสาร์ ซึ่งจะมีผลต่อการวิเคราะห์ดวงชะตาในระบบเรือน ถือว่าเป็นการให้น้ำหนักดาวน้ำหนักเรือนที่จะมีผลต่อดวงชะตาว่าจะเป็นไปทางไหนมากกว่ากัน
ยกตัวอย่างเช่น คนเกิดลัคนาราศีกันย์ มีดาวพฤหัสเป็นเจ้าเรือนพันธุและปัตนิ สถิตในราศีธนู(เกษตร) เรือนพันธุ เป็นราศีภาคกลางวัน  กรณีนี้จึงพิจารณาให้น้ำหนักพฤหัสในฐานของเรือนพันธุมากกว่าปัตนิ คือดาวสถิตในราศีภาคกลางวันจึงให้น้ำหนักเรือนที่เป็นราศีภาคกลางวันมากกว่ากลางคืนนั้นเอง
อาทิตย์มีน้ำหนักพยากรณ์มากในราศีภาคกลางวัน
จันทร์มีน้ำหนักพยากรณ์มากในราศีภาคกลางคืน
          ในบางแห่งว่าเฉพาะลงไปถึงการให้น้ำหนักของอาทิตย์และจันทร์ คืออาทิตย์ย่อมมีน้ำหนักในการพยากรณ์มากในราศีกลางวัน ส่วนจันทร์นั้นจะมีน้ำหนักมากในราศีกลางคืน เช่น อาทิตย์เป็นเจ้าเรือนปุตตะ สถิตราศีสิงห์(เกษตร) ซึ่งถือว่าเป็นราศีภาคกลางวัน อาทิตย์จึงมีน้ำหนักในทางพยากรณ์มากตามความหมายที่เกี่ยวข้องกับอาทิตย์ทั้งหมด กลับกันในกรณีที่อาทิตย์เป็นเจ้าเรือนปุตตะ สถิตเรือนลาภะ ราศีกุมภ์(ประ) เป็นราศีภาคกลางคืน อาทิตย์ในฐานะเจ้าเรือนปุตตะจึงมีน้ำหนักน้อยลงเพราะสถิตในราศีภาคกลางคืน คุณภาพการพยากรณ์ของอาทิตย์จึงน้อยลง(ซึ่งปกติหากอยูในราศีกลางวันจะมีน้ำหนักมาก)เป็นต้น ในการพิจารณาจันทร์ก็เช่นเดียวกันอย่างนี้ครับ

ธีรพร  เพชรกำแพง(บุญวงษ์),อ.ฮิปโป
๒๙ มีนาคม ๒๕๕๗


28 มีนาคม 2557

วิสัชนา..ประสาฮิปโป ตอน วาทกรรมจากคำพยากรณ์

หัวข้อปุจฉา  :  เรียนถามอ.ฮิปโป อยากทราบว่าดวงเมียน้อยคืออะไรคะ

...วิสัชนาประสาฮิปโป...
เรื่อง "วาทกรรม" ทางการพยากรณ์สมัยนี้ทำให้ฉันปวดหัวอยูไม่น้อย อย่าง ดวงเมียน้อย ดวงแตก ดวงช้ำ ดวงรั่ว ดวงกินผัวกินเมีย ดวงแข็งดวงอ่อน ฯลฯ
ต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่าวาทกรรมทั้งหลายเหล่านี้คงจะเป็นการเอื้อนเอ่ยอภิเปรยวาจาของนักพยากรณ์ที่สรรคำมาใช้มากกว่า หาได้เป็นมาตรฐานของดวงชะตาแต่อย่างใดไม่ ผู้ศึกษาใหม่มักชอบถามเหลือเกินว่า ดวงที่ยกตัวอย่างมานี้เป็นอย่างไร มีปัจจัยพยากรณ์ใดเป็นตัวบ่งบอก แล้วอย่างนั้นใช่ไหมอย่างนี้ใช่ไหม
ไม่ว่าจะเป็นดวงตามวาทกรรม หรือแม้กระทั่งดวงลักษณะพิเศษใด ก็ไม่พ้นความ "ธรรมดา" แห่งโหราศาสตร์ไปได้ หากจะมีมาตรฐานก็ถือว่ามาตรฐานเดียวกัน ไม่มีอะไรพิเศษไปกว่ากันทั้งสิ้น เพราะเหตุที่ว่าทุกดวงชะตานั้นมีความ "สมดุล" อยู่ในตัวนั้นเอง ทั้งเหตุและผลย่อมมีความ "สมส่วน" กัน ดังเราจะเห็นถึงการเสริมคุณทอนโทษจากปัจจัยพยากรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะดีหรือร้ายก็ย่อมผ่านไปได้เพราะดวงชะตามีการ "รักษาสมดุล" นั้นเอง
เมื่อทราบอย่างนี้แล้ว ย่อมไม่เห็นวาทกรรมทางการพยากรณ์นั้นเป็นเรื่องสำคัญมากจนเกินไป นอกจากจะเป็นจุดที่ทำให้หยุดฉุกคิดในการพิจารณาดวงชะตาด้วยโหราศาสตร์อย่างรอบคอบต่อไป

ธีรพร  เพชรกำแพง(ฮิปโป)
๒๙ มีนาคม ๒๕๕๗


วิสัชนา..ประสาฮิปโป ตอน ความสำคัญเชิงดาวเชิงเรือน

หัวข้อปุจฉา  :  ขอรบกวนถามผู้รู้ค่ะ บางท่านว่า อ.โหรเก่าๆมักให้ความสำคัญที่ดาว มากกว่าเรือนจริงไหมคะ ถามท่านฮิปโปนี่แหละ ใจดี อิอิ
...วิสัชนาประสาฮิปโป...
จะตอบว่าโหรรุ่นเก่าท่านให้ความสำคัญอย่างไหนมากกว่ากันนั้น ก็ไม่ทราบจะตอบอย่างไร เพราะเกิดไม่ทันครับ(ฮา)
หากกล่าวถึงการเกิดขึ้นของระบบทางโหราศาสตร์ไทยเรานั้น ระบบที่เกี่ยวกับดาวถือว่าเกิดก่อนระบบเรือนชะตา ดังจะมีบทวิเคราะห์ที่เราเห็นบ่อยๆอย่างโคลงพินทุบาทว์ที่มีความเด่นชัดในเรื่องของการใช้ตำแหน่งเชิงดาวอย่างมาก(มุมดาว) และบางท่านกล่าวถึงการกำเนิดขึ้นของระบบเรือนชะตาว่าต้องอาศัยลัคนา ซึ่งในอดีตการคำนวณหาลัคนาดูจะเป็นการลำบาก เลยทำให้ระบบดาวได้รับความสนใจมากกว่าระบบเรือนชะตากระมัง?
สำหรับผมแล้ว จริงอยู่ว่าเรื่องลัคนานั้นเป็นที่ถกเถียงกันมานักว่ามีอยู่จริงหรือไม่ อะไรผิดอะไรถูก ลัคนาคืออะไร ลัคนาคำนวณให้ความถูกต้องจริงหรือ? เพราะในโหราศาสตร์ไทย "ดาวไม่ใช่จุด" แม้จะใช้จุดเป็นตัวชี้วัดก็ตาม แต่ท้ายที่สุดแม้ไม่รู้จุดจบของข้อทุ่มเถียงนั้นเราก็ยังมีลัคนาให้ใช้เป็นจุดพยากรณ์มาจนถึงทุกวันนี้ ระบบเรือนชะตาเองก็เช่นกันก็น่าจะมีอยู่พร้อมระบบดาว คือมีการใช้การพัฒนาศึกษาและยอมรับถัดต่อกันมา
ถ้าระบบดาวและเรือนชะตานั้นมีอยู่และสืบทอดมาถึงปัจจุบัน เชื่อมั่นเหลือเกินว่าครูอาจารย์โหรเก่าๆท่านย่อมให้ความสำคัญกับทั้งสองอย่างนี้อย่างดีเป็นแน่ เพราะทั้งสองอย่างนี้เป็นเรื่องของระบบฯที่พัฒนาขึ้นต่อจากขั้นพื้นฐานฯทางโหราศาสตร์ไทยครับ
ธีรพร  เพชรกำแพง(ฮิปโป)
๒๘ มีนาคม ๒๕๕๗


วิสัชนา..ประสาฮิปโป ตอน อ่านความหมาย ๗ ๘ (ผู้เริ่มศึกษา)

หัวข้อปุจฉา  :  ราหูกับเสาร์ ภพปุตตะ ตีความว่ายังไงค่ะ
ราหู(มหาจักร) ราศีมังกร ภพปุตตะ ร่วมกับ เสาร์(เกษตร) ในตำแหน่งเดียวกัน อ่านความหมายว่ายังไงคะ รบกวนผู้รูช่วยแนะแนวทางด้วยค่ะ เพิ่งเริ่มศึกษาค่ะ

...วิสัชนา..ประสาฮิปโป...


๗ และ ๘ ถือว่าเป็นคู่มิตรใหญ่ ให้ความเกื้อหนุนส่งเสริมกันในด้านของการประยุกต์สิ่งที่มีอยู่เดิมให้เป็นสิ่งใหม่ หรือการพัฒนาต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่เดิมนั้นเอง

เสาร์(๗) คือ ประธานบาปเคราะห์ หน้าที่ สิ่งที่ต้องกระทำ แผนการ ข้อจำกัด ทุกข์โทษภัย อุปสรรค ระยะยาว โครงสร้าง ผลเนิ่นแต่แน่นอน น่าเกรงขาม ความกลัว ละเอียดรอบคอบ
เสาร์สถิตราศีมกร การใช้ความคิดพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เคร่งขรึม วางหลักการก่อนลงมือปฏิบัติ เล็งหลักเป้าหมายไว้อย่างชัดเจน มุ่งกระทำตามลำดับขั้นด้วยความอดทน (การกระทำที่ต้องควบคุมได้)
ราหู(๘) หมายถึง เล่ห์เหลียม ไหวพริบ ความมัวเมาลุ่มหลง อบายมุข นักเลงการพนัน การหลอกลวง การพลิกแพลง ของผิดกฎหมาย แหล่งมั่วสุม สถานอบายมุข สถานบันเทิงเริงรมย์
ราหูสถิตราศีมกร มีธรรมชาติเป็นคนมีความสามารถรอบด้าน มีความสามารถเฉพาะทางหรือความสามารถพิเศษ เข้มแข็ง มีความเฉลียวฉลาด สามารถชักจูงและโน้มน้าวให้ผู้อื่นเชื่อถือได้ เหตุการณ์เฉพาะหน้าได้เก่ง มีความคล่องตัวสูงในทุกสภาวะ

๗ เป็นเกษตรในราศีมกร เน้นเรื่องความมั่นคงของโครงสร้าง หลักฐาน แบบแผนที่รอบคอบรัดกุม
๘ เป็นมหาจักรในราศีมกร เน้นเรื่องความเปลี่ยนแปลง ประยุกต์ โลดโผน ฉับพลัน เฉพาะหน้า ขึ้นๆลงๆ

เรือนปุตตะ หมายถึง คนรักใคร่ บุตร  สิ่งที่เกิดจากความหลง ความเสน่หา ความรัก ความสนุกสนาน ความสุข ความยินดี ความต้องการ การลงทุน ความจำเป็น สิ่งที่สนใจ ความสัมพันธ์
ราศีมกรเป็นเรือนปุตตะ หมายถึง ความต้องการสรรสร้างอย่างเป็นระบบ โครงสร้างที่จับต้องได้ มุ่งมั่นรอบคอบชัดเจนเห็นผลจริง
เรือนอริ หมายถึง โรคภัย  ความไม่ปลอดภัย  อุบัติเหตุ สุขภาพ ความเดือดร้อนทางกายหรือทางใจ อุปสรรค ความไม่ราบรื่น การงาน หน้าที่ ความรับผิดชอบ ความขัดแย้ง เหตุผลในทางออกของปัญหา ความมานะเพียรสติปัญญาในเชิงแก้ไขวิกฤต
ราศีมกรเป็นเรือนอริ หมายถึง การจัดระดับโครงสร้างและความสำคัญของปัญหา แล้วแก้ไขไปอย่างตรงจุดตรงประเด็น

ลองอ่านความหมายเชิงรูปธรรมว่า เจ้าชะตามีความสามารถทักษะพิเศษทางด้านการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ให้มีความมั่นคง แม้จะมีอุปสรรคแต่ก็สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าผ่านไปได้ การงานมักมีความเปลี่ยนแปลงขึ้นๆลงๆอย่างโลดโผน คือเมื่อทำกิจใดมีความมั่นคงดีแล้ว มักต้องโยกย้ายหรือเปลี่ยนแปลงไปทำกิจอื่น หรืออาจมีมากกว่า ๑ อาชีพ(หลักและเสริม) การลงทุนกระทำกิจในระยะยาวที่ได้รับความสนับสนุนส่งเสริม แต่ด้วยลักษณะเนื้องานที่มีความผันผวนเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด จึงทำให้ต้องเหนื่อยกับการตามแก้ไข หากแก้ไขปัญหาผ่านพ้นไปได้จะทำให้ชีวิตมีความพัฒนาก้าวหน้าตามลำดับเป็นขั้นเป็นตอน(อุปสรรคเพื่อความพัฒนาของชีวิต)

หมายเหตุ : อาจพิจารณาความหมายในความแตกต่างจากนี้ไปได้ และยังต้องพิจารณาปัจจัยพยากรณ์อื่นร่วมด้วย

ธีรพร  เพชรกำแพง(ฮิปโป)

๒๙ มีนาคม ๒๕๕๗

22 มีนาคม 2557

บ่นความโหราศาสตร์ ตอน โหราศาสตร์ไทย..วิวัฒนาการแห่งความเป็นชีวิต

โหราศาสตร์ไทย..วิวัฒนาการแห่งความเป็นชีวิต
การศึกษาโหราศาสตร์นั้นเป็นกระบวนการเรียนรู้วิวัฒนาการของชีวิต ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงสิ้นสุดหมุนเวียนอยู่อย่างนั้น คล้ายกับกฎไตรลักษณ์ทางพระพุทธศาสนา คือ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป โดยวิวัฒนาการที่ว่านี้สามารถสังเกตได้จากดาวในดวงชะตา หากจะเปรียบกับชีวิตเราจะเห็นว่า ๑ คือการเริ่มต้นความเป็นชีวิต ๒ คือการหล่อเลี้ยงประคองความเป็นชีวิตนั้น ๔ คือการรับรู้ทางประสาทสัมผัสต่างๆ ๖ คือการตัดสินคุณค่าของที่สิ่งที่รับรู้ ๓ คือการการกระทำ เคลื่อนไหว เคลื่อนย้าย ๕ คือการเจริญขึ้นของชีวิต ๗ คือความเสื่อมที่มาถึง
เมื่อเห็นภาพชัดอย่างนี้เราจึงทราบว่าทุกขณะมีวิวัฒนาการที่เคลื่อนไปอยู่ตลอดในบริบทของความเป็นชีวิต ดาวยังทำหน้าที่สื่อความหมายในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความเป็นชีวิตนั้นด้วย อย่าง ๑ ที่ว่าเป็นการเริ่มต้นของชีวิต ก็จะมีความหมายถึง พ่อ(ผู้เริ่มต้น, เหตุแห่งการเกิดเป็นชีวิต) สามี(การเริ่มต้นชีวิตคู่)  ส่วน ๒ หล่อเลี้ยง ประคอง รักษา ก็จะให้ความหมายถึงแม่(รับเหตุจากพ่อมาหล่อเลี้ยงในตน) ภรรยา(ประคับประคองชีวิตคู่) อย่างนี้เป็นต้น
วิวัฒนาการแห่งชีวิตนี้หมุนเวียนเปลี่ยนไปไม่หยุดนิ่ง ซึ่งก็เกิดจากการหมุนวนของดวงดาวทั้งหมดนั่นเอง จึงทำให้เกิดหลักวิชาในการพิจารณาความเคลื่อนไปแห่งชีวิต เป็นวิชาที่ว่าด้วยเรื่อง "วัย" ไม่ว่าจะเป็นทักษาเสวยอายุ ภูมิทักษา เทวดาเสวยอายุ ตรีวัย อายุจร ชะตาจร ชันษาจร ฯ เหล่านี้ล้วนอยู่ในหลักคิดของความเคลื่อนไปหรือวิวัฒนาการของชีวิตทั้งสิ้น
การศึกษาจุดเบื้องต้นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ย่อมให้ผลในความเข้าใจบริบทของโหราศาสตร์ไทยมากขึ้น ว่าปัจจัยที่เกี่ยวข้องนั้นคืออะไรและมีเหตุผลที่มาที่ไปอย่างไร(อะไรเป็นอะไรในโหราศาสตร์ไทย) ยิ่งทำหลักคิดให้แตกฉานจะยิ่งมีความเข้าใจมากขึ้น นี่เป็นสิ่งที่ครูบาอาจารย์ท่านหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ศึกษาจะกระทำได้ หลังจากที่เรียนรู้เบื้องต้นของวิชาโหราศาสตร์ไทยมาแล้ว

ธีรพร  บุญวงษ์(เพชรกำแพง)
๒๒ มีนาคม ๒๕๕๗ – ๑๕.๓๐ น.


14 มีนาคม 2557

วิสัชนา..ประสาฮิปโป ตอน แบบไหนแม่นกว่ากัน

หัวข้อปุจฉา  เหตุใดดวงโหราศาสตร์ไทยกับยูเรเนียนแม่นกว่าศาสตร์อื่น
จากคุณ mean ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ - ๑๙.๒๒ น.
คือดูดวงมาหลายแบบล่ะคะ ทั้งถูกมาก จนแบบหลักหลายหมื่น แต่ติดใจที่ว่าเหตุใดดวงไทยที่เป็นจักรราศีดูนิสัยเราไม่แม่นเลย ทุกอย่างที่ดูก็ไม่เคยแม่นด้วย ทั้งที่เวลาเกิดเราก็มีแบบตรงๆ ไม่คลาดเคลื่อนเลย กลายเป็นว่าเลขเจ็ดตัวพอทายนิสัยเราตรงบ้างสัก ๓๐% แต่เหตุใดยูเรเนียนทายตรงหมด อยากรบกวนผู้รู้แสดงความคิดเห็นด้วยค่ะ

...วิสัชนา..ประสาฮิปโป...

การดูดวงนั้นมีอยู่สองส่วน คือ ศาสตร์และศิลป์
ศาสตร์จะว่ากันด้วยหลักวิชาที่ศึกษา ไม่ว่าจะเป็นโหราศาสตร์ไทย สากล พาราณสี-ภารตะ-ฮินดู ยูเรเนียน เลข ๗ ตัว ฯลฯ
ส่วนศิลป์นั้นคือการถ่ายทอดคำพยากรณ์ของแต่ละท่านให้เราเข้าใจ
ไม่ว่าจะเป็นศาสตร์ใด จะหาความแม่นยำไปเสียทั้งหมดไม่ได้ ขึ้นกับอารมณ์พอใจหรือไม่พอใจต่อคำพยากรณ์ ที่อาจจะเป็นศิลป์ที่ถ่ายทอดศาสตร์ได้ไม่ตรงกับดวงชะตาของเรานัก ปัญหาตรงนี้อยู่ที่นักพยากรณ์ที่เราไปประสบพบเจอเข้า บางทีท่านที่ใช้ความรู้ธรรมดาๆ แต่มีศิลปะการดูดวง(หลักวิชา+ประสบการณ์)ก็สามารถทำนายทายทักได้แม่นยำ (หมอเส็ง วัดเลียบ ท่านไม่เคยมีวิชาหรืออาจารย์เลย แต่อาศัยเรียนจากตำราเล่มละไม่กี่บาทธรรมดาๆ คนก็ขึ้นท่านมาก)
หากประสงค์พิสูจน์ความรู้ข้อเท็จจริงทางด้านนี้ ขอเชิญมาร่วมศึกษาหาความรู้ในโหราศาสตร์ด้วยกัน ในศาสตร์ที่ท่านสนใจ แล้วเริ่มต้นพิสูจน์จากดวงตัวเอง แล้วพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จะทำให้ทราบถึงปัจจัยต่างๆที่ทำให้คำพยากรณ์ออกมาแม่นหรือไม่แม่น มาเป็นส่วนหนึ่งของคนโหราศาสตร์นะครับ

ธีรพร  เพชรกำแพง(ฮิปโป)

๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ - ๑๙.๒๒ น.

วิสัชนา..ประสาฮิปโป ตอน กังวลใจ..มฤตยูเล็งมฤตยู..ในดวงชะตา

หัวข้อปุจฉา  มฤตยูเล็งมฤตยู จะเกิดอะไรขึ้นบ้างคะ หากมฤตยูจรมาอยู่ภพกัมมะ ราศีเมษร่วมกับดาวเกตุเดิม และมาเล็งมฤตยูเดิมกับราหูเดิมภพพันธุราศีตุล
จากคุณ Ben ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ - ๑๘.๓๗ น.

...วิสัชนา..ประสาฮิปโป...

การต้องใช้เทคนิควิธีการ,ความรู้ความสามารถ,ทักษะเฉพาะตัวที่แผกแตกต่างไปจากเดิมอย่างมาก เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับฐานะครอบครัว มฤตยูนี้ครองราศีหนึ่งเรียกว่านานถึง ๗ ปี และมีอิทธิพลกดทับในเรื่องที่ไปสถิตอยู่ อย่างกรณีการงานอาจจะฉลีกเรี่ยเสียหายผิดพลาดหรือไม่ก็ถึงกับปรับปรุง-ปรับเปลี่ยน-โยกย้ายแวดวงสายงานไปเลยก็ได้ แล้วทำมุมเล็งกับมฤตยูเดิมในเรือนพันธุ นี่ความมั่นคงของชีวิตมักเสียหาย ครอบครัวยุ่งยากมักมีแต่เรื่องปัญหาอุปสรรคให้หนักใจ หรือแม้แต่การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก เคารพ หรือผู้มีพระคุณ ก็เป็นได้
แต่ทั้งนี้ต้องเข้าใจว่าการจับดาวมาวิเคราะห์แค่ part เดียวหรือบางส่วนจากดวงชะตา ก็จะได้แนววิเคราะห์แค่พอสังเขป จะไปสรุปประเด็นเรื่องทั้งหมดไม่ได้ เพราะปัจจัยการพยากรณ์นั้นมีความเกี่ยวข้องโยงใยกันทั้งกระดาน เราจึงต้องพิจารณาถึงความสัมพันธ์ทั้งหมด แล้วสรุปออกมาทั้งในส่วนดีและส่วนร้ายครับ

ธีรพร  เพชรกำแพง(ฮิปโป)
๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ - ๑๘.๓๗ น.