21 พฤศจิกายน 2557

สิ่งละอัน..วันละน้อย (21 พฤศจิกายน 2557)

"รอยล้อแห่งเกวียน หมุนเวียนตามรอยเท้าแห่งโค"...
วงรอบแห่งดวงชะตาย่อมย้อนรอยหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไป โดยมีต้นแบบจากวิถีในอดีต เป็นปัจจุบัน ส่งผลถึงอนาคต มองภาพรวมคล้ายเป็นเนื้อเดียวกัน แต่มีความ "ต่าง" กันไปทุกขณะ
อาศัยวงรอบที่มีกฎเกณฑ์พอที่จะอนุมานอุปมาเปรียบเทียบเชิงชั้นให้เห็นได้ นั่นก็คือกระบวนวิธีทางโหราศาสตร์ที่นำเอาธรรมชาติหนึ่งมาอธิบายอีกธรรมชาติหนึ่ง ด้วยหลักการที่ว่า อนันตจักรวาลมีผลต่อจักรวาล จักรวาลมีผลต่อสรรพดาวทั้งหลาย สรรพดาวทั้งหลายมีผลต่อดวงดาว ดวงดาวมีผลต่อพื้นที่อาณาเขตของตน อย่างโลกเรานี้ก็อย่างนั้น คือ มีผลต่อพื้นที่ในโลก และก็มีผลต่ออะไรก็ตามที่อยู่ในพื้นที่อาณาเขตนั้น เช่นเดียวกันอีกว่าอาณาเขตใหญ่ก็มีผลต่ออาณาเขตน้อย อาณาเขตที่ว่าน้อยนั้นก็ยังเป็นใหญ่ที่ไปหาน้อยกว่านั้นลงไปอีกเรื่อยๆเป็น "วัฏฏะ"
โดยความเป็นสากลอย่างนั้นก็สามารถที่จะย้อนอนุมานจากสิ่งเล็กน้อยไปหาสิ่งใหญ่ได้ เสมือนกับการได้เห็นผ้าผืนใหญ่ย่อมรู้โดยทันทีว่ามาจากด้ายเส้นน้อย ขณะเดียวกันเมื่อเห็นด้ายเล็กๆก็หมายรู้เอาได้ว่าสามารถรวมเป็นผ้าผืนใหญ่
นี่คือเรื่องการมองว่ากระบวนวิธีทางโหราศาสตร์อธิบายความเป็นไปต่างๆได้อย่างไร ยังไม่ต้องมองว่าจะต้องเอาอะไรมาเป็น "อุปกรณ์" ทางโหราศาสตร์ เราจะเห็นว่านักโหราศาสตร์เก่าๆท่านอนุมานสิ่งต่างๆที่สัมพันธ์รอบตัวออกมาเป็นการพยากรณ์ โดยที่ยังไม่ต้องนำอุปกรณ์อย่าง "ดวงดาว" มาใช้ ท่านก็ทำนายลึกซึ้งไปมากกว่าครึ่งแล้ว นี่เป็นความ "อัศจรรย์" ทางโหราศาสตร์ที่เป็น "ภูมิปัญญา" ของคนในพื้นที่นี้ แถบนี้ อาณาเขตนี้ ที่เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ใหญ่กว่าขึ้นไปตลอดจนถึงอนันต์
ทักทายไปถึงกัลยาณมิตรพี่น้องเพื่อนพ้องสมาชิกชาวสมุดจดดวงของเราทุกท่าน อาจจะเห็นว่าห่างหายไปบ้างในช่วงนี้ ต้องบอกกล่าวกันก่อนว่าภาระหน้าที่ในงานประจำนั้นมีมากพอสมควร ประกอบกับร่างกายที่ไม่ค่อยจะปกติอย่างที่ทราบ พอใช้งานหนักเข้าก็ทำท่าจะแย่ ต้องพักผ่อนพักฟื้นอาศัยประเหลาะใช้ไปก่อน เหตุนี้ก็เลยคล้อยเคลื่อนเลื่อนช้าในการที่จะได้เสนอสิ่งสรรต่างๆที่เป็นประโยชน์ทางโหราศาสตร์ ไม่สมประสงค์ตามที่ตั้งใจไว้ เมื่อภาระงานเบาลงบ้าง และเมื่อเพลาๆจากการเดินทางไปรักษาตัวที่ศิริราช(๓-๔ ครั้งต่อเดือน) พอหาเวลาสบายใจได้ก็จะลงมือสรรสร้างสิ่งดีๆให้กับท่านกัลยาณมิตรผู้ศึกษาโหราศาสตร์ทั้งหลายได้ยลกันอีกในโอกาสต่อไปครับ

ธีรพร  เพชรกำแพง

10 พฤศจิกายน 2557

สิ่งละอัน..วันละน้อย (10 พฤศจิกายน 2557)

โหราศาสตร์นั้นเป็นเรื่องที่ว่าด้วยการเรียนรู้ความเป็นไปของชีวิตมนุษย์ “โหรา” คือทิวาราตรีที่เป็นเรื่องของ “กาลเวลา” สิ่งใดที่อิงกับกาลเวลานี้ย่อมสามารถนำมาใช้เป็นโครงสร้างทางโหราศาสตร์ได้ ด้วยเหตุนี้ดวงดาวต่างๆที่เกี่ยวข้องกับกาลเวลาเพราะมี “วงรอบการโคจร” ที่สังเกตช่วงเวลาและเหตุการณ์ที่สัมพันธ์กับบริบทพื้นที่(กาลเทศะ) จึงสามารถนำมาใช้เป็นอุปกรณ์ทางโหราศาสตร์ได้อย่างดี แทบจะมองแยกออกจากกันได้ยากจนมีคำกล่าวที่ว่าดาราศาสตร์และโหราศาสตร์เป็น “เนื้อเดียวกัน”
ฉะนั้นโหราศาสตร์ทุกวันนี้จึงต้องศึกษาเรียนรู้ถึงเรื่องดวงดาวบนท้องฟ้าควบคู่ไปกับความเป็นไปขอชีวิตมนุษย์ ตั้งแต่ในแง่ของความเป็นปัจเจกบุคคลตลอดรวมไปถึงความสัมพันธ์ติดต่อที่เรียกว่าการเป็นสังคม สรุปรวบเอาว่าเป็นเรื่องราวของ “ดวงดาว” ที่สรรด้วยหลักการทางโหราศาสตร์ถ่ายทอดออกมาเป็น “ดวงคน” นั้นเอง
ปัจจุบันเราจะเห็นว่าเรื่องราวของคนเรานั้นมีความสลับซับซ้อนยากง่ายแตกต่างกันไป แต่ความมุ่งหมายของโหราศาสตร์นี้ก็ยังมีจุดหลักอยู่ที่การ “อ่านวิเคราะห์” ผ่านดวงดาวด้วยกระบวนทัศน์ทางโหราศาสตร์อันเป็นการ “สังเคราะห์” มวลความรู้ต่างๆเข้าด้วยกันแล้วกลายมาเป็นคำพยากรณ์ที่นำมาใช้ในเหตุเรื่องราวต่างๆตามแต่จะเป็นไป เพื่อให้ได้เรื่องราวของคน สังคม บ้านเมือง ตลอดจนถึงโลกของเราซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาโดยไม่มีการหยุดนิ่ง คือ “เป็นไป” เรื่อยๆ
เหตุดังนี้เอง ผู้ศึกษาโหราศาสตร์ทั้งหลายจึงมุ่งหาเป้าหมายอันสำคัญ คือการรู้ “ความเป็นไป” ของชีวิต และปรับการใช้ชีวิตให้สมควรสอดคล้องกับเหตุปัจจัยที่ได้จากการมองผ่านโหราศาสตร์ อันถือว่าเป็นประโยชน์สูงสุดที่จะพึงมีพึงได้จากการใช้วิชาโหราศาสตร์ในยุคปัจจุบัน จากนั้นจึงผันขึ้นเป็นความสนใจใคร่รู้เชิงเปรียบเทียบในสิ่งอื่นบุคคลอื่นที่มิใช่เพียงแค่ตัวตนและบริบทแวดล้อมของตนเองอย่างเดียวเท่านั้น อาจจะเรียกว่าเป็นการพยากรณ์ทำนายทายทักในโอกาสต่อมา

กล่าวได้ว่าโหราศาสตร์เป็นทั้ง “ศาสตร์” และ “ศิลป์” ที่มีขั้นตอนการศึกษาและกระบวนการใช้ที่เป็นรูปธรรม มีหลักในการอ่านวิเคราะห์แยกแยะตามเหตุผลที่จะพิจารณา แล้วสังเคราะห์กลั่นกรองเป็นผลสรุปออกมาได้อย่างมีที่มาที่ไป ฉะนั้นการศึกษาโหราศาสตร์จึงไม่ใช่เรื่องราวที่เหลวไหลไร้สาระหรือว่าเป็นเรื่องที่งมงายแต่อย่างใด กลับกันแล้วเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ศึกษาพบเห็นความเป็นจริงในแง่มุมต่างๆของชีวิตอย่างชัดเจน นอกเสียจากว่าจะทำให้โหราศาสตร์ถูกมองไปในทิศทางอื่น ที่ไม่ใช่ตามแนวทางของโหราศาสตร์ดังที่กล่าวมานี้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องเกินวิสัยที่จะกล่าวหรืออ้างอิงถึงได้ เพราะเจตนาอย่างนั้นเป็นการทำให้โหราศาสตร์ “ไม่เป็น” โหราศาสตร์นั้นเอง

ธีรพร  เพชรกำแพง

สิ่งละอัน..วันละน้อย (9 พฤศจิกายน 2557)

ในการศึกษาโหราศาสตร์ท่านมักสอนเสมอว่าให้ทำตนเป็นผู้มีจิต "อ่อนน้อม" พร้อมที่จะศึกษาเรียนรู้ตลอดเวลานั้นแหละเป็นการดี เพราะจิตอ่อนน้อมเป็นจิตที่ "ควรแก่งาน" มากกว่าจิตที่กระด้างอยากเรียนรู้เพื่อเสริมอัตตาของตนเองให้ใหญ่โตขึ้นไปว่า "ข้านี้ก็มีภูมิรู้"
การศึกษาในระบบรูปแบบของสายวิชาใดหรือครูบาอาจารย์ท่านใด หากจิตไม่อ่อนน้อมที่จะรับรู้ในหลักคิดดังกล่าวนั้น ย่อมไม่ประสบผลสำเร็จในการศึกษานั้น เพราะมิได้มองจากจุดเดียวกันกับผู้ที่ถ่ายทอดเป้าหมายแห่งวิชานั้นๆ มิซ้ำจะพลอยว่าหลักการหรือหลักวิชานั้นไม่สามารถใช้ได้จริงไปเสียอีกด้วย เหตุเพราะจิตกระด้างกลายๆว่าอคติแต่เดิมเป็นทุน จึงยากที่จะซึมซับรับรู้ความรู้ที่อาจจะมีความแผกแปลกไปจากตนอย่างเป็นการเสียโอกาสที่น่าเสียดายยิ่ง เพราะความรู้ทางโหราศาสตร์นี้ไม่ว่าจะดีเด่นด้อยถอยค่าอย่างใดก็ตาม เมื่อรับรู้อย่างถี่ถ้วนด้วยจิตที่อ่อนน้อมแล้ว ความรู้นั้นย่อมมี "คุณค่า" เสมอ แม้จะเป็นเพียง "รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม" นั่นก็เป็นคุณประโยชน์อย่างมหาศาลในการที่จะมุ่งปฏิบัติตามหรือพัฒนาต่อยอดความรู้ให้แตกฉานมั่นคงขึ้น อย่างน้อยที่สุดก็เป็นภูมิรู้เชิงเปรียบเทียบ ดีกว่าปฏิเสธที่จะไม่รู้อะไรเอาเสียเลย

ความอ่อนน้อมในทางโหราศาสตร์ทำให้มองเห็นภูมิรู้ของท่านนั้นๆเป็นอย่างดี โดยเฉพาะครูบาอาจารย์รุ่นเก่าๆเป็นตัวอย่างได้เป็นอย่างดี ดูเหมือนแม้ท่านไม่รู้อะไรแต่กลับเป็นผู้ทรงภูมิแตกฉานในการใช้วิชาทางโหราศาสตร์อย่างแท้จริง สมควรที่เราจะเอาเยี่ยงอย่างท่าน เพื่อเป็นบรรทัดฐานความดีงามของผู้ที่ก้าวเข้าสู่วงการโหราศาสตร์ในโอกาสต่อไป

ธีรพร  เพชรกำแพง

28 ตุลาคม 2557

สิ่งละอัน..วันละน้อย (28 ตุลาคม 2557)

เรื่องราวชีวิตของคนเรานั้นมีมากมายหลายประเด็น การยกความเห็นแง่มุมจากดวงดาวเพื่อเล่าเรื่องราวความเป็นชีวิตของ "ดวงคน" นี้ จึงมีความหลากหลายในรูปแบบของการพยากรณ์ ดวงดาวมี "อธิปไตย" อยู่เต็มพร้อมและไม่เคยหยุดหน้าที่ในการให้ผลบุญคุณโทษต่างๆแก่ดวงชะตา
ท่านเปรียบอารมณ์ของคนเรานั้นมีอารมณ์แห่งความพอใจและไม่พอใจเป็นส่วนน้อย ส่วนอารมณ์ "เฉยๆ" มีมากกว่าหรือเป็นส่วนใหญ่ เช่นเดียวกับในดวงชะตาของคนเราที่ปกติมันก็จะ "เฉยๆ" ของมันอยู่เรื่อยๆ พอมีสิ่งเร้าก็จะเกิดสิ่งที่ "พอใจ" หรือสิ่งที่ "ไม่พอใจ" ขึ้น ที่เรามักเรียกว่า "โชคเคราะห์" ซึ่งเราถือว่าเป็นลักษณะดวงที่เกิดขึ้นน้อย แต่ให้ผลซึมซาบตรึงใจมากกว่าดวงที่มีลักษณะ "เฉยๆ" แต่ดวงคนเรานั้นมันไม่ได้ชั่วตลอดปีดีตลอดศก สิ่งที่จะเป็นเหตุร้ายหรือดีจะมี "เงื่อนไขดวงชะตา" และ "เงื่อนไขเวลา" เป็นตัวบ่งบอกให้ทราบ แต่เมื่อว่างจากนั้นดวงชะตามันก็จะเข้าสู่ภาวะปกติคือ "เฉยๆ" อยู่นั่นเอง อย่างกรณีที่ดาวพฤหัสจรมาในสถานที่ให้คุณกับดวงชะตาโดยมีช่วงเวลาการโคจรอยู่จุดนั้นถึง ๑ ปี แต่พิจารณาว่าความเด่นดีที่ได้นั้นมันแสดงอาการอยู่ตลอดปีหรือไม่ และเสาร์ที่อยู่ในจุดที่ให้โทษนั้นแสดงอาการเป็นโทษทุกวันตลอด ๒ ปีครึ่งหรือไม่ ก็ปรากฏว่าเหตุการณ์ดีร้ายไม่ได้เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดกาลสมัยในอิทธิพลของดวงดาวนั้นๆ แต่จะเกิดขึ้นตามเงื่อนไขดวงชะตาและเวลาอย่างที่เกริ่นไว้ตอนต้น

การมุ่งเอาดวงดาวเป็นที่หมายแห่งการพยากรณ์ทำนายชีวิตคน จึงต้องคำนึงถึงเหตุที่ควรเกิดหรือไม่ควรเกิดด้วยปัจจัยต่างที่ให้ผลในดวงชะตา การจะสำทับเรื่องดีร้ายว่าให้ผลโดยไม่มีสิ่งใดที่จะมาทัดทานกันย่อมไม่ถูกไม่ควร เพราะต้องไม่ลืมว่าดวงชะตาคนเรานั้นมีความ "สมดุล" ของตนเอง มีดีร้ายทัดทานสมดุลให้เกิดความ "พอดี" แก่ความเป็นไปในชีวิตของแต่ละคน เมื่อดวงชะตาเสียสมดุลดังกล่าวความเป็นชีวิตนี้คงไม่มีอัตภาพความคงอยู่อีกต่อไป หรือเรียกว่าไร้ความหมายที่จะพยากรณ์ คือดวงชะตาของผู้ไม่ข้องอยู่กับโลกแล้ว(พระอริยบุคคล) คนบ้าเสียจริต และเสียสมดุลถึงขั้นไม่อาจยังอัตภาพนี้ได้คือตายไปเลยนั่นเอง

27 ตุลาคม 2557

สิ่งละอัน..วันละน้อย (25 ตุลาคม 2557)

ปัจจุบันเห็นว่าการศึกษาทางโหราศาสตร์นี้เป็นไปโดยง่ายสะดวกดายมากยิ่งขึ้นกว่าสมัยก่อน คงด้วยเหตุผลด้านช่องทางการสื่อสารที่มีมากและสามารถเข้าถึงไม่ยากเย็นนัก ประกอบกับมีผู้ส่งสารได้แสดงความรู้ต่างๆไว้มากพอสมควร ผู้จะเรียนรู้สมัยนี้จึงดำเนินด้วยความราบรื่นในส่วนของการมีข้อมูลความรู้ ไม่เหมือนสมัยก่อนที่เทคโนโลยีอะไรยังเข้าไม่ถึง แค่นิตยสารโหร หนังสือ ตำรา บทความอะไรที่เป็นพื้นฐานยังหาได้ยากยิ่ง การจะหวังใจว่าจะเรียนโหรอย่างง่ายนั้นจึงไม่มีให้เห็น เป็นประเภทว่าถ้าเรียนรู้เองก็ต้องวาสนาปัญญาดีและมีตำราดีเข้าว่าไว้ หรือเรียนตามสำนักก็ต้องสรรเวลาเล่าเรียนอย่างจริงจังจึงจะได้วิชาไว้กับตน

ข้อดีของการผ่านความลำบากก็ทำให้เป็นผู้ทรงภูมิในระดับหนึ่ง ผิดกับประเดี๋ยวนี้ที่อาจจะมีคนรู้กันเกร่อ แต่ก็อย่างว่า ที่ "เกร่อ" นี้ เรียกว่า "ใช้ได้" แต่อาจจะไม่ใช้ผู้ที่ "ใช้เป็น" และ "ใช้ดี" ในวิชาความรู้ทางโหราศาสตร์ ที่เห็นจริงๆสมัยนี้คือการไขว้ระบบกันของความรู้ให้ไขว่ไปหมด ไม่รู้ว่าภพใดภูมิใดใช้อย่างไร อะไรมาจากไหน เป็นมาเป็นไปอย่างไร เพื่ออะไร เวลาไหนสมควรใช้ไม่ควรใช้ ด้วยความที่ศึกษากันให้ "ไขว่" ไปหมดอย่างนี้นานไปก็จะกลายเป็นความยึดมั่นถือมั่น ว่านี่แหละเป็นสิ่งที่ถูกแล้ว และก็อาจจะเผยแพร่ความรู้นั้นไปกลายเป็นระบบใหม่ที่ดีหรือไม่ดีขึ้นมาได้ ตรงนี้ก็น่าเป็นห่วงว่าระบบเดิมจะจางหายไปเรื่อยๆ

26 ตุลาคม 2557

สิ่งละอัน..วันละน้อย (26 ตุลาคม 2557)

วิทยาการสมัยนี้ทำให้การศึกษาแง่มุมทางโหราศาสตร์มีความราบรื่นมากยิ่งขึ้น เพราะการเข้าถึงข้อมูลต่างๆทำได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว จึงทำให้ผู้ที่ประสงค์จะศึกษามีแหล่งเรียนรู้ที่ใกล้ตัว ไม่จำเป็นต้องออกแสวงหาความรู้จากตำราและครูบาอาจารย์อย่างแต่ก่อน
นับเป็นเรื่องดีในแง่ของการได้ "ปริมาณ" คนที่สนใจเข้ามาศึกษาศาสตร์นี้ เป็นการสืบทอดความรู้ให้คงอยู่ต่อไป แต่ในแง่ของ "คุณภาพ" แล้ว คงจะกล่าวได้ยากว่าผู้ศึกษามีความรู้ความเข้าใจมากน้อยเพียงใด ซึ่งในด้านความจำได้หมายรู้ในถ้อยอักษรเนื้อความตามบริบทแหล่งเรียนรู้นั้นคงจะไม่ด้อยกว่ากันสักเท่าใดนัก ประสงค์จะรู้เรื่องใดก็มีข้อความรู้รองรับ หรือสามารถสอบถามกันในสื่อสังคมออนไลน์ได้
ซึ่งตรงนี้ทำให้นึกถึงระดับของการใช้โหราศาสตร์ว่าเป็นระดับที่ "ใช้ได้ ใช้ดี และใช้เป็น" นั้นเกิดขึ้นกับผู้ศึกษาได้มากน้อยแค่ไหน เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอยู่มากในส่วนที่ผู้ศึกษาจะหยิบคว้าเอาความรู้ทางโหราศาสตร์แต่ละระบบมา "ไขว้" กัน โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แล้วก็พยายามศึกษาไปทั้งอย่างนั้น จนวันหนึ่งอัตตาความด้อยไม่ได้ว่า "ฉันก็เชิงรู้" ในโหราศาสตร์คนหนึ่งเกิดขึ้น ก็จะใช้หรือถ่ายทอดเผยแพร่ความรู้นั้นออกมาด้วย ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมามากแล้ว ทำให้บิดเบือนภาพที่แท้จริงของโหราศาสตร์ไป จนไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรในรุ่นถัดมา

ฉะนั้นการศึกษาโหราศาสตร์อย่างถูกต้องตรงประเด็นนั้นจักต้องทำความเข้าใจให้มาก และคิดให้ได้ว่าอะไรมีความเป็นมาอย่างไร นำไปใช้อย่างไรให้ถูกสัดถูกส่วน จึงจะถือว่าเป็นการศึกษาที่บรรลุเจตนารมย์ของการดำรงไว้ซึ่งโหราศาสตร์อย่างแท้จริง

24 ตุลาคม 2557

สิ่งละอัน..วันละน้อย (24 ตุลาคม 2557)

...มีเหตุผลหลายประการที่ฉันไม่อาจตั้งตัวเองเป็นครูบาอาจารย์ทางโหราศาสตร์ได้ ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่เห็นว่าตนเองนั้นความรู้ความสามารถยังไม่ถึงขั้นที่จะถ่ายทอดวิชาความรู้ที่มีอยู่ให้ใครได้ อีกประการมาจากการที่ได้เห็นพ่อทวดเองก็มิได้ตั้งตัวเองเป็นครูบาอาจารย์เลย แต่ปรากฏว่าลูกศิษย์ลูกหาของท่านมีมาก ทั้งที่เป็นพระและฆราวาสต่างมาฝากตัวเป็นศิษย์ของท่าน เพราะต่างเห็นปฏิปทาความรู้ความสามารถอัธยาศัยน้ำใจของท่านเป็นสำคัญ ที่กล่าวนี้มิได้หมายเอาตัวเข้าเทียบเคียงกับพ่อทวด ซึ่งฉันเองความรู้ความสามารถไม่หาญกล้าที่จะคิดและทำได้อย่างพ่อทวด อาศัยเหตุว่าท่านเป็นบุพพาจารย์ในตระกูลจึงเจริญตามรอยท่าน เพื่อสืบทอดความรู้ไว้ไม่ให้สูญหายไปในช่วงชีวิตของฉัน
...หากแต่มีคนขานฉันว่า “อาจารย์” นี้ ก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ เพราะเขาใช้เป็นสรรพนามเรียกต่างแทนตน แต่ก็ทำให้ฉันต้องประพฤติตนให้งามตามความหมายของคำว่า “อาจารย์” คือ อาจาร + อริยะ เป็นผู้มีความประพฤติ(อาจาระ)มุ่งพัฒนาตนให้เจริญขึ้น(อริยะ) ซึ่งก็หนีไม่พ้นปฏิปทาของพ่อทวดที่นำมาเป็น “แบบอย่าง” จนกลายเป็น “แบบแผน” การปฏิบัติในด้านการดำรงโหราศาสตร์เรื่อยมา และฉันเองก็มีอัธยาศัยถูกจริตกับการประพฤติปฏิบัติแบบนี้เป็นรากฐานมาตั้งแต่เด็ก ถือว่าซึมซับเข้าสู่สายเลือดจนกลายเป็นปกติวิสัยของตนไปแล้วก็ว่าได้

...ความสุขของการมีธาตุแห่งการสอน(นำเสนอ)นี้ จึงทำให้ฉันตั้งใจตรึกตรองถนอมวิชาความรู้ แล้วกลั่นกรองว่าถูกต้องดีงามมาเผยแพร่แก่ท่านทั้งหลาย ในฐานะของผู้ที่ต่างก็ศึกษาวิชาโหราศาสตร์เหมือนกัน เป็น “สหโหรามิก” ที่จะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยจิตที่อ่อนน้อมซึ่งกันและกัน ตามวิถีทางที่โหรโบราณท่านกระทำสืบต่อกันมานั้นเอง

10 ตุลาคม 2557

เกณฑ์เด่นดวงชะตา

เกณฑ์เสาไชย ๔ ต้น
(เสาร์ชัย)
๑.เสาร์ในราศีพฤษภ ท่านว่าเจรจาพาทีเป็นที่พอใจ น้ำเสียงเพราะ มีกำลัง อำนาจ วาสนา
๒.เสาร์ในราศีกันย์ ท่านว่าเนื้อหนัง รูปร่าง ผิวพรรณมีลักษณะดี
๓.เสาร์ในราศีพิจิก ท่านว่าเป็นคนที่มีโสตสัมผัส(หู,การได้ยิน)ดี

๔.เสาร์อยู่ในราศีมีน ท่านว่าเป็นคนมีตาดี มีจักขุสัมผัส สามารถรู้เห็นได้กว้างไกล
พฤฒิเกณฑ์
ดวงชะตาที่มีดาวอาทิตย์(๑) สถิตราศีเมษ สิงห์ ธนู ท่านว่าชีวิตจะมีความสุขความเจริญวัฒนาถาวร
ปรักเกณฑ์
ดวงชะตาที่มีดาวอังคาร(๓) สถิตราศีพฤษภ กันย์ มกร ท่านว่าเป็นดวงชะตาที่มีความกล้าหาญ ก้าวหน้ารุ่งเรือง
จักรเกณฑ์
ดวงชะตาที่มีดาวเสาร์(๗) สถิตราศีมิถุน ตุล กุมภ์ ท่านว่ามักจะได้ครองแผ่นดิน นั่งบ้านกินเมือง มีอำนาจวาสนา
ไทยเกณฑ์
ดวงชะตาที่มีดาวราหู สถิตราศีกรกฏ พิจิก มีน ท่านว่ามีความสามารถมาก หาผู้เสมอเหมือนได้ยาก

ธีรพร  เพชรกำแพง
คัดสำเนาเค้าสำนวน

30 สิงหาคม 2557

ความหมายเลข ๗ ตัว ประกอบทักษา (๓)

ความหมายเลข ๗ ตัว ประกอบทักษา (๓)
มรณะ-บริวาร คนต่ำกว่า บุตรบริวาร ญาติพี่น้อง คนใช้ คนใกล้ชิด นำเอาเรื่องเดือดร้อนมาให้
มรณะ-อายุ โรคภัยบ่อนเบียนร่างกาย หาความสุขความมั่นคงยาก เลี้ยงชีวิตด้วยความลำบาก
มรณะ-เดช ไม่นิยมถือยศถือศักดิ์ อำนาจเสื่อมถอย การพยายามใช้สติปัญญาแก้ไขปัญหาอุปสรรคอันหนักหน่วง
มรณะ-ศรี มรดกจากความตาย ผลประโยชน์จากความสูญเสีย การเปลี่ยนแปลงสิ่งเก่าไปสู่สิ่งใหม่ที่ดีขึ้น
มรณะ-มูละ จะได้มรดกจากความตาย ผลประโยชน์จากความสูญเสีย เกิดความเปลี่ยนแปลงจากสิ่งเก่าไปสู่ผลประโยชน์ใหม่ที่ดีกว่า
มรณะ-อุตสาหะ มีสมองในการดัดแปลงแก้ไขในของที่เสียให้กลับมาดี มักถูกคนอื่นดูแคลนเรื่องหน้าที่การงาน การงานประสบความล้มเหลวแล้วเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งใหม่(จบเพื่อเริ่ม)
มรณะ-มนตรี ได้รับมรดกจากผู้หลักผู้ใหญ่ ผลประโยชน์อันเกิดจากความเสียหาย การสูญเสียบุคคลที่พึ่งพาอาศัยได้ ได้รับความกดดันบีบคั้นการกระทบทางอารมณ์กับผู้ใหญ่
มรณะ-กาลี มีปัญหาจนปลงตก จิตใจใฝ่ไปทางธรรมทางสงบ มรดก หลักทรัพย์ ผลประโยชน์ที่ได้รับเป็นผลร้ายตามมาภายหลัง ความเสียหายลึกลับซับซ้อนยากที่จะแก้ไข

ศุภะ-บริวาร บริวารเสริมคุณ ร่วมหัวจมท้ายพายเรือลำเดียวกัน เป็นที่รักใคร่ของบริวาร
ศุภะ-อายุ มุ่งมั่นทำมาหาเลี้ยงชีวิตโดยมีจุดหมายที่สำเร็จเป็นรากฐาน มีผู้อุปถัมภ์ในความเป็นอยู่
ศุภะ-เดช มีอำนาจวาสนาก้าวหน้าได้เป็นใหญ่ มีความคิดมุ่งใช้สติปัญญาพัฒนาก้าวหน้าไปสู่เป้าหมายความสำเร็จของชีวิต
ศุภะ-ศรี มีความราบรื่นสำเร็จในการมุ่งสู่เป้าหมาย ความตั้งใจมีความก้าวหน้าเห็นผลชัดเจน ผูใหญ่ให้การสนับสนุน ผลประโยชน์ก่อเกิดเป็นรูปธรรม
ศุภะ-มูละ มีหลักฐานที่อยู่บ้านช่องดี ผู้ใหญ่ให้ความช่วยเหลือจุนเจืออุปถัมภ์ เป้าหมายความตั้งใจประสบความสำเร็จ
ศุภะ-อุตสาหะ การทำงานที่เป้าหมายของชีวิตชัดเจน การมุ่งมั่นโดยใช้ความรู้ความสามรถพัฒนางานให้ประสบความสำเร็จ ผู้หลักผู้ใหญ่ในการสนับสนุน ผลงานเข้าตากรรมการ
ศุภะ-มนตรี ผู้อาวุโสกว่ามักให้การอุปถัมภ์สนับสนุนให้ความเมตตาปราณีเพราะเล็งเห็นอัธยาศัยและความกล้าในสิ่งที่จะกระทำจนเป็นผลสำเร็จ
ศุภะ-กาลี ผู้หลักผู้ใหญ่ให้โทษ เป้าหมายที่ตั้งใจไม่สมหวัง ขาดความมั่นคงในการดำเนินชีวิต คลอนแคลนขัดข้องไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์วางแผนไว้

กัมมะ-บริวาร บริวารเสริมงานด้วยชาญสันทัด เอาการเอางาน ขยันขันแข็ง บริวารพางานสำเร็จ
กัมมะ-อายุ ใจมุ่งกับการงาน เสมอต้นเสมอปลายในหน้าที่ ขยันอยู่ไม่สุขชอบทำงานหาเลี้ยงชีพ
กัมมะ-เดช เป็นผู้มีอำนาจวาสนาหน้าที่การงานเป็นใหญ่ ความคิดลำดับขั้นตอนการงานให้ราบรื่นลงตัว
กัมมะ-ศรี การกระทำกิจการงานมักบังเกิดผลดี การงานมีความมั่นคงก้าวหน้า มีอารมณ์สนใจรักใคร่เอาใจใส่ในกิจที่กระทำ
กัมมะ-มูละ ทำกิจงานใดเป็นหลักเป็นฐาน การงานราบรื่นประสบผลสำเร็จ ต่อยอดผลประโยชน์ที่มั่นคง ตั้งตัวได้
กัมมะ-อุตสาหะ การงานที่ต้องเหน็ดเหนื่อยแต่ก็ได้รับผลดี เป็นคนไม่วางธุระไม่ทิ้งภาระหน้าที่ กระทำกิจเสมอต้นเสมอปลาย ทำงานมีงานทำแม้เหน็ดเหนื่อยก็มีความสุข ชอบการทำงาน
กัมมะ-มนตรี จะได้รับความสนับสนุนทางด้านการงานจากผู้หลักผู้ใหญ่ เป็นผู้มีอำนาจในกิจที่กระทำนั้น ได้รับความร่วมมือในแวดวงสายงานเป็นอย่างดี การทำงานอย่างต่อเนื่องเสมอปลายเกิดผลประโยชน์เป็นอันดี
กัมมะ-กาลี การงานมีความขาดตกบกร่อง ท้อถอยในการทำหน้าที่ เกิดความผิดพลาดในกิจการงานที่กระทำ ประกอบกิจใดไม่เป็นผลดี ตัดสินใจผิดพลาดในหน้าที่การงาน เกิดความล้มเหลว

ลาภะ-บริวาร บริวารนำเอาลาภผลมาสู่ เอ็นดูรักใคร่ ให้ความสนิทสนมปานญาติพี่น้อง
ลาภะ-อายุ ทำมาหาเลี้ยงชีวิตได้อย่างราบรื่น มิตรดีสังคมดี ลงทุนลาภผลกำไรเพิ่มพูน
ลาภะ-เดช มีความมุ่งมั่นในการหาลาภผลรายได้ ใช้อำนาจในการแสวงหาผลประโยชน์ มิตรภาพและสติปัญญาในการหาลาภผลรายได้เงินทอง
ลาภะ-ศรี มีลาภผล รายได้ กำไรเสมอๆ หาได้ใช้คล่อง มีที่พึ่งพาทางด้านการเงินทรัพย์สิน สติปัญญาและลู่ทางที่ดีในการก่อเกิดลาภผล
ลาภะ-มูละ มักได้ลาภผล กำไร รายได้ เป็นหลักเป็นฐาน สติปัญญาคล่องแคล่วในการหาทรัพย์ มิตรดีมีสัมพันธภาพเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน
ลาภะ-อุตสาหะ ความขยันในหน้าที่การงานเกิดผลดี ได้รับผลประโยชน์ ลาภผลกำไร ค่าตอบแทนจากกิจการงานที่กระทำนั้นอย่างดี การได้คบหาสมาคมกับบุคคลที่พึ่งพาอาศัยได้
ลาภะ-มนตรี ผู้หลักผู้ใหญ่นำมาซึ่งลาภผล ชี้ช่องทางทำมาหาได้ แนะนำหลักคิดการกระทำจากประสบการณ์ มีมิตรที่พึงพาอาศัยได้ ได้รับผลดีทางลาภผล กำไร ทรัพย์สิน โชคลาภ
ลาภะ-กาลี เสียประโยชน์ลภผลรายได้กำไรอันพึงได้รับ ยุ่งยากขัดสนในการจับจ่ายใช้สอย ถูกหลอกลวงคดโกงจากคนใกล้ตัวหรือมิตรร้าย ประกอบกิจใดมักไม่สมประสงค์ดังตั้งใจ

พยายะ-บริวาร บริวารก่อความเสียหาย แปรใจไปเป็นอื่น ทรยศคดโกง ขาดบริวารที่พึ่งพาอาศัยได้
พยายะ-อายุ ความเป็นอยู่ไม่แน่นอน ขึ้นๆลงๆ ขัดสน ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าร่ำไป โยกย้ายเปลี่ยนแปลง
พยายะ-เดช มักสูญเสียเสื่อมซึ่งอำนาจ ขาดความน่าเชื่อถือ ใช้ความรู้ความสามารถไปในทางที่ผิด ยึดมั่นแต่ความคิดตนเป็นใหญ่
พยายะ-ศรี ลงทุนกิจใดไม่สำเร็จ ขาดทุนขาดรอน เสียหายในผลประโยชน์อันพึงได้รับ ปัญหาได้รับการแก้ไขทีละเล็กละน้อยแต่ไม่ทันใจ ใช้อารมณ์ในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ามากกว่าเหตุผล ขาดความรอบคอบ
พยายะ-มูละ ความเป็นอยู่ขัดสน ขาดตกบกพร่อง การตัดสินใจในการแสวงหา/ใช้สอยที่ผิดพลาดด้วยอารมณ์ที่รีบร้อนเป็นที่ตั้ง
พยายะ-อุตสาหะ ถูกบ่อนเบียนเอาเปรียบทางด้านการทำงาน การงานมีผลเสียหาย มีอุปสรรคข้อยุ่งยากให้ต้องแก้ไขเฉพาะหน้าร่ำไป การงานมากแต่ผลประโยชน์ได้ยากหรือเนิ่นกว่าจะได้ สิ่งตอบแทนจากงานไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย การตัดสินใจที่ผิดพลาดในการดำเนินกิจการงาน
พยายะ-มนตรี ขาดที่พึ่ง มักอาศัยใครได้ยาก มีคนชี้นำกดดันตลอดเวลาทำให้อึดอัดใจ การปะทะทางอารมณ์ที่ก่อให้เกิดความยุ่งยากลำบากใจ คนจ้องจับผิดทำให้ไม่เป็นตัวของตัวเอง
พยายะ-กาลี มีเหตุให้ปรับเปลี่ยนความเป็นอยู่ การโยกย้ายเปลี่ยนแปลง อารมณ์ขึ้นๆล่องๆกระทบจิตใจกับคนอื่น การเงินการทองเดี๋ยวมีเดี๋ยวขาด เกิดความเสียหายจากการบริหารเวลาและการตัดสินใจที่ผิดพลาด ก้าวพลาดในสิ่งผิด

ทาสา-บริวาร มักเหน็ดเหนื่อยกับบริวาร บริวารเป็นที่พึ่งพาอาศัยได้ในกิจการงานหนัก รับผิดชอบบริวารมาก
ทาสา-อายุ เป็นผู้มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวมและครอบครัว ยอมเหน็ดเหนื่อยเพื่อคนอื่น พวกพ้องหมู่คณะ แบกภาระหลายอย่าง มีความเหนื่อยใจ
ทาสา-เดช มีเรื่องเดือดร้อนเพราะผู้อยู่ใกล้ตัว ต้องเป็นภาระธุระจัดการให้คนอื่น
ทาสา-ศรี ผลสำเร็จจากการรับผิดชอบงานหนัก ภาระที่สร้างความสำเร็จ
ทาสา-มูละ กิจธุระหรือภาระที่ต้องรับผิดชอบนำไปสู่ความมั่นคงของชีวิต
ทาสา-อุตสาหะ ต้องพยายามฟันฝ่าอุปสรรคเพื่อให้บรรลุเป้าหมายความสำเร็จ
ทาสา-มนตรี แม้จะต้องเผชิญกับปัญหาอุปสรรค แต่ก็จะมีหนทางหรือบุคคลช่วยเหลือให้ผ่านพ้นไปได้
ทาสา-กาลี ไว้ใจคนใกล้ตัวหรือคนอื่นไม่ได้ จะสร้างเรื่องเกิดภัยเพราะคนต่ำชั้น แม้กระทั่งคนในครอบครัว ก็นำเรื่องเดือดร้อนมาให้ทุกข์ใจ

ทาสี-บริวาร มักเหน็ดเหนื่อยกับบริวาร บริวารเป็นที่พึ่งพาอาศัยได้ในกิจการงานหนัก รับผิดชอบบริวารมาก
ทาสี-อายุ เป็นผู้มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวมและครอบครัว ยอมเหน็ดเหนื่อยเพื่อคนอื่น พวกพ้องหมู่คณะ แบกภาระหลายอย่าง มีความเหนื่อยใจ
ทาสี-เดช มีเรื่องเดือดร้อนเพราะผู้อยู่ใกล้ตัว ต้องเป็นภาระธุระจัดการให้คนอื่น
ทาสี-ศรี ผลสำเร็จจากการรับผิดชอบงานหนัก ภาระที่สร้างความสำเร็จ
ทาสี-มูละ กิจธุระหรือภาระที่ต้องรับผิดชอบนำไปสู่ความมั่นคงของชีวิต
ทาสี-อุตสาหะ ต้องพยายามฟันฝ่าอุปสรรคเพื่อให้บรรลุเป้าหมายความสำเร็จ
ทาสี-มนตรี แม้จะต้องเผชิญกับปัญหาอุปสรรค แต่ก็จะมีหนทางหรือบุคคลช่วยเหลือให้ผ่านพ้นไปได้
ทาสี-กาลี ไว้ใจคนใกล้ตัวหรือคนอื่นไม่ได้ จะสร้างเรื่องเกิดภัยเพราะคนต่ำชั้น แม้กระทั่งคนในครอบครัว ก็นำเรื่องเดือดร้อนมาให้ทุกข์ใจ

ธีรพร  เพชรกำแพง



ความหมายเลข ๗ ตัว ประกอบทักษา (๒)

ความหมายเลข ๗ ตัว ประกอบทักษา (๒)
ตนุ-บริวาร จักมีข้าทาสบริวารใช้สอย มีคนคบหามาก หมู่พวกมาก มุ่งพัฒนาบริบทความเป้นอยู่ไปพร้อมกับบริวาร/ผู้แวดล้อมรอบตัว
ตนุ-อายุ เลี้ยงชีวิตแข็งขัน ทำมาหากินราบรื่น มักไม่ค่อยเจ็บไข้ มีลาภผลเนืองๆ มุ่งผลสำเร็จ
ตนุ-เดช เป็นคนมีความอดทนดี มีอำนาจวาสนาได้เป็นใหญ่ ความคิดการกระทำคล่องแคล่วว่องไว
ตนุ-ศรี เป็นที่นิยมชมชื่นของคนทั่วไป ได้รับความเมตตาอนุเคราะห์ ดำเนินความเป็นอยู่ราบรื่น
ตนุ-มูละ พื้นเพเป็นคนมีหลักฐานดี มุ่งมั่นพัฒนาฐานะความเป็นอยู่ด้วยตนเอง รู้หลักการปรับประยุกต์พื้นฐานความเป็นอยู่
ตนุ-อุตสาหะ ขยันขันแข็ง เหน็ดเหนื่อยกับการงาน ใครทำไม่ถูกใจก็จะมุ่งทำด้วยตนเองอย่างมีมานะอดทน
ตนุ-มนตรี ผู้หลักผู้ใหญ่มักอุปถัมภ์ค้ำชูอยู่เสมอ ไม่ขาดแคลนความช่วยเหลือ ความรู้ความสามารถเป็นที่ต้องใจให้บุคคลมาส่งเสริมชูชุบอุปถัมภ์ มักมียศ/หน้าที่สูงในวันหน้า
ตนุ-กาลี คิดผิดทำผิด เอาชนะคัดคาน คิดอะไรแผลง เห็นคนอื่นตำชั้น เสื่อมยศเสื่อมเกียรติ สุขภาพร่างกายเสื่อมโทรม บริบทความเป็นอยู่แย่ลง

กดุมภะ-บริวาร บริวารให้ความร่วมไม้ร่วมมือในการทำมาหาได้ มีหลักฐานเพราะบริวารส่งเสริม แสวงหาผลประโยชน์ร่วมกับผู้แวดล้อมโดยการทำงานเป็นหมู่พวก
กดุมภะ-อายุ ครองตนเสมอต้นเสมอปลาย มุ่งหาเงินเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี รู้กินรู้ใช้ รู้ทำมาหาได้
กดุมภะ-เดช แสวงหาเกียรติยศศักดิ์ศรี มีความพยายามมุ่งมันในการหาทรัพย์
กดุมภะ-ศรี การเงินลาภผลดี มีช่องทางในการสั่งสม/แสวงหาทรัพย์อันราบรื่น มีโชคทางการเงิน
กดุมภะ-มูละ สะสม แสวงหา ทรัพย์สินสิ่งของเพื่อสร้างรากฐานฐานะความเป็นอยู่ มุ่งมั่นสร้างความมั่นคง
กดุมภะ-อุตสาหะ ขยันทำมาหากิน แสวงหาสะสมทรัพย์สิน รู้กินรู้ใช้ จักสร้างฐานะได้ต่อไปภายหน้า
กดุมภะ-มนตรี ผู้ใหญ่มีความเกี่ยวข้องทางด้านการเงินในเชิงพึ่งพาอาศัยได้ การใช้สติปัญญาความรู้
กดุมภะ-กาลี ยุ่งยากกับการแสวงหาทรัพย์สินเงินทอง หนี้สินรุงรัง รายรับด้อยกว่ารายจ่าย ขาดความมั่นคง คลอนแคลนทางด้านการจับจ่ายใช้สอย

สหัสชะ-บริวาร มักคบหากับคนต่ำชั้นกว่า บริวารเบื้องล่างพึ่งพาอาศัยได้ การใช้ความรู้ความสามารถร่วมกับบริวารในการกระทำกิจต่างๆ
สหัสชะ-อายุ ฉลาดในการทำมาหากิน มีแวดวงหมู่มิตรที่พึ่งพาอาศัยได้ พบมิตรใหม่ตลอด
สหัสชะ-เดช หมู่มิตรเป็นผู้มีอำนาจ พึ่งพาอาศัยผู้มีอำนาจได้ เฉลียวฉลาดรอบรู้
สหัสชะ-ศรี มิตรให้ความพึ่งพาอาศัยได้ สัมพันธภาพต่อบุคคลรอบข้างเป็นผลดี เข้าใจการใช้อารมณ์และเหตุผลในการตัดสินใจ
สหัสชะ-มูละ อยู่ในสมาคมบุคคลที่มีหลักฐานฐานะ ได้รับการส่งเสริมจากมิตรสหาย/ผู้ให้ความพึ่งพาอาศัยได้
สหัสชะ-อุตสาหะ มีเพื่อนร่วมงานที่ขยันขันแข็ง เป็นที่พึ่งพาอาศัยได้ และทำงานร่วมกันดี ใช้ความรู่เพื่อปรับประยุกต์ลดขั้นตอนการปฏิบัตงานให้สำเร็จเสร็จสิ้น
สหัสชะ-มนตรี ผู้ใหญ่เป็นมิตรให้ความสนับสนุนส่งเสริม พึ่งพาอาศัยกันและกันได้ เข้านอกออกในเรียนรู้ประสบการณ์จากผู้ใหญ่ในการดำรงชีวิต
สหัสชะ-กาลี รู้การณ์ไม่ทันมิตรสหาย ถูกเอารัดเอาเปรียบ พึ่งพาอาศัยใครไม่ได้ เพื่อนพาเสียหายมีมิตรร้าย ความรู้ความสามารถด้อยประโยชน์ลง

พันธุ-บริวาร ญาติพี่น้องร่วมใช้สอยร่วมความเป็นอยู่แห่งตน ญาติมากเลี้ยงหาคุณไม่ขึ้น
พันธุ-อายุ ญาติเข้ามาเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ ความต้องการฐานะความเป็นอยู่ที่มั่นคงไม่คลอนแคลน
พันธุ-เดช พี่น้องเผ่าพงษ์วงศ์ญาติมีอำนาจวาสนา การใช้สติปัญญาสร้างความมั่นคงในชีวิต
พันธุ-ศรี ญาติพี่น้องนำภาพซึ่งความราบรื่นในผลประโยชน์ แสดงออกทางด้านอารมณ์อย่างถูกต้องกลมกลืน มีโชคทางอสังหาริมทรัพย์ ความเป็นอยู่ที่มั่นคง ครอบครัวมีความสุข
พันธุ-มูละ ญาติพี่น้องมีหลักฐาน ร่วมกิจต่างๆกับญาติพี่น้องดี ความมุ่งปรารถนาสู่ความมั่นคงของชีวิต
พันธุ-อุตสาหะ ญาติพี่น้องเข้าเกี่ยวข้องกับเรื่องการงาน ส่งเสริมทางด้านการงาน การมุ่งอารมณ์ปรารถนาให้การงานมีผลสำเร็จมั่นคงเป็นปึกแผ่นต่อเนื่อง
พันธุ-มนตรี มีญาติพี่น้องที่พึ่งพาอาศัยกันและกันได้ ญาติเป็นใหญ่มีฐานะหน้าตาในแวดวงสังคม มีอารมณ์ความรู้สึกปรารถนาเมตตาช่วยเหลือบุคคลอื่น
พันธุ-กาลี ญาติเกี่ยวข้องวุ่นวาย มักถูกเบียดเบียน พึ่งพาอาศัยไม่ได้ กระทบอารมณ์กับครอบครัวญาติพี่น้อง ความมั่นคงในความเป็นอยู่เสื่อมถอยลง

ปุตตะ-บริวาร บริวารผู้ด้อยอาวุโสกว่าทำงานให้ดี การหวังผลจากคนหมู่มาก
ปุตตะ-อายุ ทำมาหาเลี้ยงตนด้วยการเสี่ยงการลงทุน ความเป็นอยู่เกี่ยวข้องกับบุตรหรือผู้ใกล้ชิด มุ่งแสวงสิ่งใหม่เพื่อความเป็นอยู่ที่ดี
ปุตตะ-เดช บุตรธิดามีอำนาจวาสนาต่อไปภายหน้า มีความกล้าได้กล้าเสียในการเสี่ยงการลงทุน
ปุตตะ-ศรี บุตรบริวารว่านอนสอนง่าย ได้พึงพาอาศัยต่อไปในภาคหน้า การเสี่ยงการลงทุนในกิจใดๆบังเกิดประโยชน์ มีผลดีในการใช้ความรู้กระทำสิ่งใหม่ๆ
ปุตตะ-มูละ บุตรสร้างรากฐานเป็นที่พึ่งพาอาศัยได้ในภายหน้า ได้อภิชาตบุตร การลงทุนบุกเบิกสิ่งใหม่เพื่อสร้างฐานะความเป็นอยู่
ปุตตะ-อุตสาหะ ได้พึ่งพาอาศัยผู้ด้อยอาวุโสกว่าในการมุ่งทำงานอย่างจริงจัง การงานที่ต้องกล้าเสี่ยงกล้าลงทุนในสิ่งใหม่ๆ
ปุตตะ-มนตรี บุตรเป็นผู้อุปถัมภ์พึ่งพาอาศัยได้ เป็นอภิชาตบุตรมียศฐาฯ การลงทุนที่ได้รับความสนับสนุนจากผู้ใหญ่ ความพัฒนาก้าวหน้าจากผู้สนับสนุนรายใหม่
ปุตตะ-กาลี บุตรบริวารผู้ใต้ปกครองว่านอนสอนยาก นำเอาความเดือดร้อนอุปสรรคปัญหามาให้ ขาดทุนขาดรอน เกิดเหตุร้ายเหตุไม่ดีเพราะความประมาท

อริ-บริวาร ทำคุณคนไม่ขึ้น บริวารเนรคุณแล้วเป็นศัตรู หาบริวารที่พึ่งได้ยาก ภาระความรับผิดชอบเกี่ยวกับบริวาร
อริ-อายุ มักเจ็บไข้ได้ป่วย ศัตรูข่มเหง ทำมาหาเลี้ยงตนด้วยความลำบาก อุปสรรคในการดำเนินชีวิต
อริ-เดช มักมีเรื่องกับผู้ใหญ่ ศัตรูเป็นผู้มีอำนาจอิทธิพล อำนาจวาสนาของเราก่อศัตรู การใช้สติปัญญาติดใจผิดพลาด
อริ-ศรี ความเป็นอยู่ไม่ราบรื่น เหน็ดเหนื่อยท้อถอยในอุปสรรค แล้วเบื้องท้ายจึงหน่อยผ่อนคลายเบาบางลงตัว กระทำความดีแต่มีศัตรู โดดเด่นจักเป็นภัย
อริ-มูละ ศัตรูเป็นผู้มีหลักฐานเหนือกว่า ตั้งตัวลำบาก มีหลักฐานทรัพย์สินแล้วยุ่งยากในภายหลัง อุปสรรคในการสร้างสมฐานะความเป็นอยู่
อริ-อุตสาหะ เป็นคนขาดมานะเพียรอดทน ความขยันไม่บังเกิดผล ทำอะไรไม่สำเร็จเสร็จสิ้นกระบวนความ การงานมีความเหนื่อยยากมากอุปสรรค เก็บตัวเงียบไม่เสวนาเรื่องงานกับใคร
อริ-มนตรี ผู่ใหญ่ไม่ใคร่ชอบการกระทำ ขาดแคลนผู้อุปถัมภ์ค้ำชู การขาดสติปัญญายั้งคิดเป็นช่วงๆ ผิดอกผิดใจกับผู้อื่นอยู่ร่ำไป
อริ-กาลี มีศัตรูก่อความเสียหายบ่อนเบียดเบียน คนในแวดวงใกล้ตัวเอารัดเอาเปรียบ อยู่เฉยๆมีเรื่องร้ายมาสู่ ความคิดการตัดสินใจ ความพยายามในกิจต่างไม่สัมฤทธิ์ผล

ปัตนิ-บริวาร เอาคนต่ำชั้นกว่าหรือคนใกล้ตัวเป็นคู่ครอง คู่ครองทำหน้าที่เสมือนบริวาร
ปัตนิ-อายุ ทำมาหาเลี้ยงตนร่วมกับคู่ครอง/ผู้ร่วม ใช้ชีวิตครองคู่ยืนนาน กิจในครอบครัวเป็นผลดี
ปัตนิ-เดช คู่ครองมีความรู้หรือชาติตระกูลดีมีอำนาจวาสนา การรู้ทันความเป็นไปของผู้ร่วม/หุ่นส่วน
ปัตนิ-ศรี คู่ครองรูปงามกิริยางามจิตใจดี การใช้ชีวิตครอบครัวราบรื่น ผู้ร่วม/หุ้นส่วนมุ่งพัฒนาก่อเกิดผลประโยชน์
ปัตนิ-มูละ คู่ครองเป็นผู้มีหลักมีฐาน ต่างพึ่งพาอาศัยร่วมกันครองฐานะความเป็นอยู่ให้ก้าวหน้า ผู้ร่วม/หุ่นส่วนเป็นผู้มีประโยชน์ร่วมในการสร้างรากฐานของชีวิต
ปัตนิ-อุตสาหะ คู่ครองเป็นผู้ที่เอาการเอางานขยันขันแข็ง มีมานะความเพียร การประยุกต์ส่งเสริมจากผู้ร่วมงานให้ประสบความสำเร็จโดยง่าย การใช้สติปัญญารู้คิดในการแก้ไข/ขยับขยายในกิจการงาน
ปัตนิ-มนตรี มักได้คู่ครองมีฐานะหลักฐานดีกว่า คู่ครองให้การส่งเสริมในการครองคู่ชีวิตความเป็นอยู่ การใช้สติปัญญาความรู้ความสามารถเป็นที่ประจักษ์แก่ผู้ร่วม/หุ้นส่วนจนได้รับการอุปถัมภ์สนับสนุน
ปัตนิ-กาลี คู่ครองด้อยกว่าตน ประพฤติตัวไม่เสมอต้นเสมอปลาย คู่ครองมักใช้อารมณ์เป็นใหญ่ การถูกขบถคดโกงเอารัดเอาเปรียบจากผู้ร่วม/หุ้นส่วน

ธีรพร  เพชรกำแพง