18 พฤศจิกายน 2556

ไขประเด็น..เห็นสาระ ตอน ไม่อยากได้ขัน แค่เคารพ

ไขประเด็น..เห็นสาระ ตอน ไม่อยากได้ขัน แค่เคารพ

คำถาม : “รับขันมาแล้วจำเป็นไหมจะต้องไปเสริม ตอนนี้ไม่อยากจะได้ขัน เพราะเราบูชาและปฏิบัติไม่ได้ ทำให้เราไม่สบายจิตใจเราคิดมาก ก็เลยอยากจะเคารพนับถือท่านด้วยใจไม่ใช่ขัน

คำตอบ :
        หากมิได้มีความประสงค์ที่จะรับขันธ์นั้น ครูอาจารย์ย่อมไม่สามารถประสิทธิ์ขันธ์ให้ได้ตั้งแต่แรก เพราะคนที่จะรับขาดความพร้อมในการยอมรับนับถือที่จะเอาขันธ์นั้นมาเป็นที่ตั้งแห่งการยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นสัจจะข้อศรัทธาปฏิบัติต่างๆในการดำรงขันธ์
        อย่างกรณีนี้ขันธ์ที่รับมาย่อมถือว่าเป็นโมฆียขันธ์ไปโดยปริยาย คือมีไว้เฉยๆ แล้วเจ้าตัวปฏิบัติไม่ได้ ทำให้เกิดความไม่สบายใจ ทีนี้ตัววิจิกิจฉาคือความลังเลสงสัยทั้งในตัวเองและองค์ท่านก็จะมีมากขึ้น ไม่สบายใจ เป็นทุกข์กังวล การรับขันธ์นั้นมีขั้นตอนก่อนรับ เพื่อเป็นการย้ำแก่ผู้รับว่าสามารถรับไปและครองขันธ์นั้นได้ ต้องยอมรับโดยดุษฎีทั้งกาย วาจา ใจ หากไม่เป็นเช่นนั้น ครูบาอาจารย์จะไม่สามารถประสิทธิ์ขันธ์ให้ได้เลย
        ส่วนการเสริมขันธ์เป็นขันธ์ในระดับที่สูงขึ้นนั้น ความจริงไม่ต้องก็ได้ เป็นการเพิ่มภาระในการปฏิบัติมากขึ้น แล้วยิ่งเจ้าตัวยังมีกิจกังวลอื่นที่ไม่สามารถปฏิบัติได้ แทนที่จะเป็นคุณจะกลับเป็นโทษในภายหลังได้ ส่วนการแสดงกตัญญูกตเวทิตาคุณต่อครูบาอาจารย์นั้น เป็นสิ่งสมควร จะเป็นงานไหว้ครูประจำปี หรือโอกาสวาระต่างๆ ก็หาเวลาที่จะได้เข้าหาครูบาอาจารย์บ้าง เผื่อมีข้อแนะนำใดๆท่านก็จะได้ชี้แนะ ให้เราดำรงขันธ์ดำเนินชีวิตไปในทางที่ถูกที่ควร
        แนะนำให้ปรึกษาครูบาอาจารย์ที่ประสิทธิ์ขันธ์ให้ท่านเป็นดีที่สุด เพื่อหาทางออกที่ถูกต้อง ไม่เป็นการ "ผิดครู" แก้ไขได้อย่างเหมาะสม ตามสมควรแก่สติกำลังที่เราจะยอมรับนับถือหรือปฏิบัติได้ ไปหาคนอื่นก็จะกลายเป็นมากหมอมากความไป แก้มันที่จุดเดิมนั้นแหละ ผู้ประสิทธิ์ขันธ์มาให้ย่อมต้องรู้ผูกรู้แก้ แต่ถ้าไม่รู้แสดงว่าไม่มีภูมิรู้ภูมิธรรมเพียงพอที่จะประสิทธิ์ขันธ์รับศิษย์ได้ ถ้าเป็นอย่างหลังนี้ก็ถือว่าแย่กันทั้งสองฝ่าย กอดคอกันจมน้ำไป
(        ที่ชาวบ้านเขาครหานินทาว่ารับขันธ์มาแล้ว วิตกจริต เป็นบ้าเป็นบอ ทำอะไรก็แย่ลง ครอบครัวไม่สงบสุข ฯ ก็เพราะเหตุอย่างกรณีนี้รวมอยู่ด้วย ความจริงผู้ประสิทธิ์ขันธ์ต้องมีญานหยั่งรู้เป็นทุนเดิมอยู่ก่อน ว่าเขารับได้หรือไม่ได้ มิใช่ว่าสักแต่จะยัดเยียดขันธ์ ที่แม้แต่ความหมายความเป็นมาของคำว่า "ขันธ์","การครองขันธ์",การดำรงขันธ์"ก็ยังไม่ทราบเลย แสดงว่าภูมิไม่ถึงบอกกล่าวไม่ได้ แล้วเขาจะนำอะไรไปปฏิบัติ พอชาวบ้านถามเข้าว่าขันธ์คืออะไร เอามาทำอะไร รับแล้วรวยขึ้นไหม ทำไมต้องรับ ฯลฯ เรียกว่าจนมุมจนแต้มที่จะตอบแล้ว อย่างนี้ถือว่าเป็น "โมฆียขันธ์") d

(โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

ธีรพร  เพชรกำแพง

ไขประเด็น..เห็นสาระ